web counter

4D3N in CNX || เที่ยวเชียงใหม่ แบบฉบับตามใจตัวเอง

4D3N in CNX || เที่ยวเชียงใหม่ แบบฉบับตามใจตัวเอง

เที่ยว เชียงใหม่ 4 วัน 3 คืน

นอนในเมือง แต่ขึ้นดอยได้แบบชิลล์ๆ

นั่งเหงาๆอยู่มหาลัยกับเพื่อน อยู่ๆก็อยากเที่ยว อยู่ๆก็อยากไปเชียงใหม่ แล้วก็ประจวบเหมาะกับตอนนั้นเจอตั๋วเครื่องบินแบบโคตรถูก ไปกลับ 880 บาท แก…. มัน! ถูก! มาก! 😱 จองต่อไม่รอแล้วจ้า
อย่างที่บอกว่ามันเป็นการ เที่ยวเชียงใหม่แบบตามใจตัวเอง.. ก็คือชิลล์ๆ โง่ๆเลย ที่คิดๆกับเพื่อนไว้คืออยากไป ดอยอินทนนท์ กับ ม่อนแจ่ม เจอทัวร์ก็จองแบบไม่ได้คิดไรมาก แค่ให้การจองตั๋วบินเราไม่เก้อก็พอ 5555555 ทริปนี้เราใช้บริการของลูกช้างทัวร์ ซึ่งเขาจัดทริปให้ดีมากเลย แถมคนขับรถเขานิสัยดีด้วยแหละ เราอยากไปไหนก็บอก อยากจะกลับตอนไหนก็กลับ.. ดี๊ดี แถมเขายังแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวตามสไตล์ที่เราอยากจะไปอีก ดูแลตั้งแต่ต้นจนจบทริปแบบประทับใจสุดๆ ทริปนี้โคตรหนาว….. ทั้งตื่นเต้น ทั้งลำบาก ทั้งเมารัก.. เอ้ย เมารถ แต่เราก็สู้!! ไม่เหนื่อยอย่างที่คิดด้วย จะสนุกแค่ไหน ไปทัวร์เชียงใหม่กัน
มาถึงสนามบินเชียงใหม่ประมาณ 5 โมงเย็น เราจองรถรับจากสนามบินไปส่งที่พักกับทางทัวร์ไว้ สะดวกเว่อออ เอาจริงๆถ้าเราไม่ได้จองไว้นี่เคว้งมากเลยนะ ไปถึงก็เกือบมืดแล้วอ่ะ งงๆ ไม่รู้จะไปทางไหน เพราะนี่คือการไปเที่ยวเชียงใหม่ครั้งแรกในชีวิตของพวกเราทั้ง 10 คนเลย..
ที่พักของเราคือ Roof & Room Hostel เป็นโฮสเทลเล็กๆราคาสบายกระเป๋า จากสนามบินไปโรงแรมใช้เวลาประมาณ 20 นาทีก็ถึง ที่พักอยู่ก่อนถึงตลาดประตูช้างเผือก ถัดจากวัดโลกโมฬีประมาณ 200 เมตร โฮสเทลอยู่กลางซอยทางขวา
ขึ้นมาก็จะเจอล็อบบี้ แก๊.. เป็นโฮสเทลที่น่ารักม๊ากกกกกกก ขึ้นมาเจอที่นั่งเล่นเล็กๆ โต๊ะเล็กๆ ครัวเล็กๆ คิ้วท์มากอ่ะ คือตอนแรกเราไม่ได้หวังอะไรไว้เลย แถมยังคิดอีกด้วยว่ามันจะแคบๆ เล็กๆ แต่จริงๆคือเขาจัดสถานที่ไว้ดี แบ่งสัดส่วนไว้โคตรลงตัว ง่ายๆคือเราให้ 10/100 เลย
เช็คอินเสร็จก็ขึ้นห้อง… ประทับใจแบบดับเบิ้ลๆไปเลยจ้า คือเราไปแบบ ชาย 4 หญิง 6 ก็แยกห้องนอนตามนั้นเลย ละห้องแบบ 6 คนอะ ที่คิดไว้ก็จะเล็กๆ เบียดๆ แบบพื้นที่น้อยเว่อร์ใช่มั้ยล่ะ? แต่นี่ไม่เลย อย่างที่บอกว่าเขาจัดพื้นที่มาดี มีโซฟานั่งเล่นเล็กๆ เซอร์ไพรส์สุดคือมีห้องน้ำ 2 ห้องอีก!! 
ห้องพักเป็นเตียงแบบ 2 ชั้น เตียงใหญ่พอสมควรเลย นุ่มนิ่ม แอร์เย็นสบาย กลางห้องเป็นพื้นโล่งๆ กว้างพอสมควรเลย ก็คือตั้งวงได้อ่ะ แต่จะตั้งวงอะไรก็แล้วแต่สไตล์แต่ละคนแล้วแหละ 🤭 
.
.
พอฟ้ามืดก็เตรียมตัวออกจากที่พัก กินข้าวแถวๆนั้นแหละ ง่ายๆเอาอิ่มท้องก็พอ หลังจากนั้นก็.. เช็คอิน ท่าช้าง กันจ้า สถานที่สำหรับคน 18+ แหล่งแฮงค์เอ้าท์ของวัยรุ่น ที่ที่หลายคนพูดว่า “ถ้าเชียงใหม่ แล้วไม่มาท่าช้างก็เหมือนมาไม่ถึง” 
ตัวร้านมาในสไตล์วินเทจๆ แบบยุโรปสีเหลืองละมุนตามากเว่อร์ มีมุมนั่งหลายโซน ที่เราเลือกกันก็จะเป็นห้องโถงใหญ่ๆ มีบูธดีเจให้แดนซ์กันแบบยับ เพลงดี ใหม่ๆทั้งนั้น มี Black Pink in your Area! ด้วย เก๋กู๊ดไปเลยจ้าาาา
เมนูเด็ดของร้านนี้ที่ทุกโต๊ะจะต้องสั่งก็คือ แสงสว่าง กลิ่นหอมคล่องคอ ซึ่งมันทำเพื่อนๆคอทองแดงของเราวาร์ปไปหาแสงสว่างกันหมดเลย 5555555 จริงๆมีอีกเมนูที่เด็ดๆคือ แสงสุดท้าย.. แก แต่พวกเราอยู่ไม่ถึงจริงๆอะค่ะ… ไม่เจอแสงสุดท้าย แสงสุดท้ายของวันนั้นที่จำได้(แบบเลือนราง)คือแสงในร้านนั่นแหละ แงๆ
มันมืดๆอ่ะในร้าน เราเลยไม่ค่อยได้ถ่ายรูป วาร์ปไปเจอแสงสว่างของวันพรุ่งนี้เลยแล้วกัน.. 

 

**ถ้าใครจะมาแนะนำให้โทรจองกันก่อน หรือถ้าจะวอร์คอินก็ควรไปตั้งแต่พระอาทิตย์ยังไม่ตก เพราะว่าโต๊ะเต็มเร็วมากถึงมากที่สุด
ถึงเวลาเที่ยวแบบคนอื่นเขาแล้วจ้า วันที่สองเราเลือกไปเที่ยวแม่ริมกัน ที่แรกเลยคือขึ้นไปบนม่อนแจ่ม.. รถมารับหน้าโฮสเทลกันเลยทีเดียว ดีสุดๆ
ขึ้นไปให้สุด แล้วหยุดที่ตรงนั้นแหละ.. แง กี่โค้งถึงไม่รู้ แต่ความรู้สึกเราเหมือนมีเป็นล้านๆโค้ง แม่ง.. ไม่ถึงสักที!! เพื่อนๆเราอ้วกกันตั้งแต่ตีนดอยยันบนดอยอ่ะ.. คือเมารถไม่พอ เมาค้างด้วย TT
ออกจากที่พักกันตอน เกือบๆ 10 โมงได้ อย่าถามนะว่าทำไม.. แสงสว่างทำพิษ ง่วงเกิ๊นน 5555555
ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ถึงแล้วม่อนแจ่ม!! 📌  สถานที่สุดฮิตที่มาเชียงใหม่ก็ต้องมาเที่ยวสัมผัสบรรยากาศฟินๆนี้ มาถ่ายรูปกับทุ่งดอกไม้พร้อมไอหมอกจางๆ อากาศดีมาก หนาวๆเย็นๆกำลังดีเลยล่ะ ><
วันนี้มาพร้อมตีมเหลืองจ้า ใสๆป้ะ 5555555 แล้วเราก็มีอะไรอยากจะถามหน่อย ทุกคนเห็นอะไรแปลกๆป้ะ?
ความโล่ง ความดินล่วนๆอ่ะ.. เมื่อกี๊บอกไปใช่มะว่าจะไปถ่ายรูปกับทุ่งดอกไม้ ความโชคร้ายหรือความอยากเที่ยวแล้วไม่หาข้อมูลก็ไม่รู้ ไปตอนเขารื้อสวนเพื่อปลูกดอกไม้เซ็ตใหม่อยู่.. จบกันความฝัน เซ็ง
วิวไม่สวยไม่เป็นไร ไหนๆก็ไปแล้วอ่ะ.. จริงๆม่อนแจ่มมันไม่ได้มีดีแค่ทุ่งดอกไม้หรอก วิวเขาวิวท้องฟ้าก็มี ได้บรรยากาศไปอีกแบบ แถมเราก็พยายามหาจุดถ่ายรูปให้มันออกมาดูสวยๆ ก็พอได้อยู่นะ
แถมๆ คนคอทองแดงเมื่อคืนแหละ.. ติดใจแสงสว่างเกินไปไง คล่องคอไง เพลงดีไง วันนี้เลยหมดหนุกเลยยยยย 5555555
ถ่ายรูปเสร็จก็เริ่มเหงาๆละ ไม่รู้จะทำไร.. คนขับรถก็มาแนะนำให้ไปเล่น “ฟอร์มูล่าม้ง” รถไม้ของชาวเขา ก็ไม่รู้หรอกว่าคืออะไร แต่ยังไงก็ต้องลองป้ะ!!
พอจ่ายเงินเสร็จเขาก็จะพาขึ้นรถ ไปจุดปล่อยรถ ไม่ไกลนะ ไม่ถึง 5 นาทีก็ถึงละ พอขึ้นไปถึงพนักงานก็จะสอนบังคับรถนิดๆหน่อยๆ ไม่ยากๆ
ก่อนปล่อยรถโคตรตื่นเต้นนนนนน ตอนขี่ลงมาจากเขานี่แบบ.. หัวใจจะวาย ขาแข็งมือแข็งไปหมด 5555555 แต่สนุกจริงๆนะ ใครไปม่อนแจ่มนี่ห้ามพลาดเลย แต่เขาบอกถ้าเป็นช่วงเทศกาลก็ต้องรอคิวนิดนึงนะ คนค่อนข้างเยอะ
  • นั่งแบบ 2 คน ราคา 80 บาท
  • นั่งแบบ 1 คน ราคา 50 บาท

🚐🚐🚐💨

ต่อด้วยจุดเช็คอินสไตล์แอดเวนเจอร์ โป่งแยงจังเกิ้ล โคสเตอร์และซิปไลน์ วัยรุ่นอย่างเราๆก็ต้องที่แบบนี้แหละ ที่นี่นอกจากจะมีเครื่องเล่นมันส์ๆ ให้สนุกแล้วนั้น ยังมีคาเฟ่และรีสอร์ทสวยๆให้บริการด้วยนะ ดีเว่อร์ๆ
แต่ๆ.. เราจองรถกับทัวร์มาไง เวลาค่อนข้างจำกัด แถมเงินก็จำกัดด้วย… ก็เลยเล่นแค่ซิกเนเจอร์ของที่นี่ ไม่ว่าใครจะแวะมาก็ต้องมาลองกับ Jungle Coaster เจ้านี่จะให้อารมณ์คล้ายๆรถไฟเหาะ
เส้นทางมีทั้งทางตรงและทางโค้ง อย่างเสียววววว จริงๆมันมีให้เบรก แต่เราไม่เบรกเลยจ้า เอาแบบมันๆไว้ก่อน จะผ่านน้ำตกหรือป่าก็เหอะ ไม่ได้มอง.. ก็มันเสียวอะ 5555555 เสียวเหมือนรถไฟเหาะเลยจริงๆนะ และช่วงสุดท้ายพอสุดด้านล่าง เครื่องก็จะทำการเคลื่อนที่เอง ตอนนี้เราสามารถหยิบโทรศัพท์มาถ่ายรูปกันได้แบบชิคๆ
แวะถ่ายรูปที่คาเฟ่เขาหน่อย จริงๆมีหลายจุดให้ถ่ายเลยนะ แต่ถ่ายมาได้แค่นี้เพราะฝนตกแล้วจ้าาาา… ไปต่อที่อื่นดีกว่าๆ

🚐🚐🚐💨

ถึงสถานที่สำคัญๆ อย่างสวนพฤกษศาสตร์สิริกิติ์กันแล้ว มันกว้างมาก ใหญ่มากกก แต่คนขับรถจะพาเราเข้าไปส่งถึงข้างในเลย
จุดแรกที่ส่งคือ Canopy walkway หรือ ทางเดินลอยฟ้าเหนือเรือนยอดไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย โดยสามารถนำบัตรเข้าชมสวนที่ซื้อด้านหน้าทางเข้ามาแสดงให้เข้ากับเจ้าหน้าที่
คือเขาออกแบบให้มีความกลมกลืนกับธรรมชาติดีนะ โครงสร้างทำมาจากเหล็กกล้ามั้ง แข็งแรง แถมบางช่วงยังมีกระจกใส สามารถมองเห็นลงไปด้านล่างได้ด้วย..
สำหรับคนอื่นเป็นไงไม่รู้ แต่สำหรับเรามันสูงอะ.. เผลอมองลงไปข้างล่างไม่ได้เลยนะ โคตรเสียวขา… แล้วเราก็คิดว่ามันไม่ค่อยมีอะไรนะ เดินไปถึงปลายทางก็จะเจอวิวสวยๆ แต่ก็เหมือนที่เห็นมาบนดอยแหละ อืมๆ แต่ระหว่างทางผ่อนคลายดีมาก ได้สูดอากาศบริสุทธิ์ๆก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี อิอิ
มาถึง กลุ่มอาคารเรือนกระจกขนาดใหญ่ มีทั้งหมด 3 แบบ แต่ให้เราแบ่งว่าแต่ละโรงมีพรรณไม้ชนิดไหนบ้างนั้น.. เราขอโทษตรงนี้เลยค่ะ เราไม่สามารถจริงๆ พังมากความรู้เรื่องดอกไม้เนี่ย 5555555
เอาเป็นว่าที่นี่เขามีการจัดสวนแบบต่างๆ ของต้นไม้มากมายพันธุ์ไม้หลากหลายเป็นร้อยเป็นพันชนิดเลยก็ว่าได้ ใครไปเที่ยวโซนแม่ริมบอกเลยว่าห้ามพลาดที่นี่!!
จบจากที่นี่ คนขับรถก็พาไปกินข้าวที่ร้านอาหารริมน้ำ และไปต่อกันที่โฮสเทลกันค่ะ.. จริงๆมีที่ให้ไปอีกหลายที่เลยนะ แง แอบเสียดาย เสียดายเงินค่ารถเหมาด้วย 555555 แต่เพื่อนคอทองแดงเราป่วย ท้องเสีย ไม่ไหวแล้วจริงๆ กลับก็ด้ะ 

🚐🚐🚐💨

ถึงที่พักก็ราวๆ 15:00 น. เพื่อนๆก็ไปพักผ่อนกัน นอนกันสักพักก็ตื่นมาตั้งวง.. วงอะไรไปคิดเอาเองนะคะ 5555555 ซึ่งเราไม่ค่อยชอบการ์ดสี่เหลี่ยมๆเล็กๆนั่นสักเท่าไหร่อ่ะนะ.. ออกไปข้างนอกดีกว่า อิอิ
วัดโลกโมฬี วัดเก่าคู่บ้านคู่เมืองเชียงใหม่ ตั้งอยู่ในตัวเมือง แถมมันอยู่ใกล้ที่พักเรามากกกกกก ไม่ไปไม่ได้แล้วป้ะ
ซุ้มประตูวัดโลกโมฬี อยู่ตรงด้านหน้าของวิหาร ติดกับถนน มีลวดลายปูนปั้น ศิลปะแบบซุ้มประตูล้านนา เจดีย์และวิหารของวัดนี้มีความสวยงามและประณีตมากกกก
ขอพร.. ให้พรุ่งนี้การเดินทางราบรื่นและไม่มีใครป่วย ก็เดินกลับที่พัก หลังจากนั้นก็ไม่ได้ออกไปไหนเลยจ้า ซื้อมาม่ามาต้มกินกัน ตอนเย็นๆก็นั่งคุยนั่งเล่นบนดาดฟ้าของโฮสเทล หมดวันแรกไปแบบชิลล์ๆ
วันนี้วันที่ 3 แล้วจ้า เราจะเดินทางกันแบบสดชื่นๆกันบ้างงง กับทริปสุดฮิตอย่างดอยอินทนนท์ แถมจะได้ไปเล่นน้ำตกด้วยนะ ของชอบเลยจ้า อิอิ พวกเราก็ตื่นกันตั้งแต่ 2:30 น. เพราะต้องมาจัดเสื้อผ้าไปเล่นน้ำกันด้วย เมื่อคืนลืม 55555555
วันนี้รถมารอรับตั้งแต่ 4:30 เลย  ออกเดินทางตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง เพราะเราจะไปดูพระอาทิตย์ขึ้นกัน
นี่คือที่แรกที่แวะจอด.. เราไม่มั่นใจว่าเรียกว่าอะไร แต่คนขับรถบอกว่ามันคือ จุดชมพระอาทิตย์ขึ้น ที่สวยที่สุดแล้ว เป็นลานจอดรถโล่งๆ มีห้องน้ำให้เข้าด้วยนะ
แล้วตอนนั้นอุณหภูมิคือ 11 องศา แล้วด้วยความโหล่ๆของพวกเราอ่ะ อยากมีตีมไปถ่ายรูป ก็นัดกันใส่ชุดดอยไป บางเฉียบ.. คือมันหนาวมากกก หนาวควันออกปากเลยอ่ะ ตื่นเต้นมาก 555555 ที่เห็นถ่ายรูปสวยๆ เบื้องหลังนี่วุ่นวายสุด แทบไม่อยากลงจากรถกันเลย
เอ้อ ลืมบอกไปว่าเราไปช่วงเดือนสิงหา ฤดูฝน.. สิ่งที่รอก็ไม่ได้ดั่งใจหวังอ่ะค่ะ อย่าว่าพระอาทิตย์เลย แสงแดดรำไรๆเรายังไม่เห็นเลย 5555555
แต่ก็ยังดีที่วิวมันดีต่อใจ ดีแบบดีมากกกกกก ถึงจะเห็นแค่หมอกมัวๆแต่มันเหมือนเติมพลังให้เราเยอะเลยนะ ก็อย่างที่เขาว่าอ่ะค่ะ ดอยอินทนนท์เที่ยวฤดูไหนก็ดีไปหมดเลย
ไปต่อกันที่จุดสูงสุดแดนสยาม ในรูปนี่คือลานจอดรถเฉยๆนะ และเราก็ได้เห็นพระอาทิตย์แล้วววววว ถึงจะไม่ได้เห็นตอนมันค่อยๆขึ้น แต่พระอาทิตย์ดวงใหญ่ๆแบบนี้ก็ไม่ได้เห็นกันง่ายๆนะ ดีงาม ><
เพราะว่าเป็นฤดูฝนมั้ง ทั้งดอยมีรถเราจอดอยู่คันเดียวเองค่ะ เลยได้รูปสวยๆดีๆแบบนี้มา ดูกี่รอบๆก็ยังจำความรู้สึกของตอนนั้นได้อยู่เลย ทั้งหนาวทั้งมีความสุข ❤
ตรงนี้มีคล้ายๆกิ่วแม่ปานด้วย ถ่ายรูปเล่นได้นะ สวยเหมือนกันเลย
จากตรงลานจอดรถ เดินเข้ามาประมาณ 5-10 นาทีก็ถึง จุดสูงสุดแดนสยาม ระหว่างทางเดินเข้ามา รอบข้างจะเป็นดงป่าทึบๆ ชื้นๆ และเป็นทางเดินขึ้นเขาค่ะ.. เหนื่อยนิดหน่อยแต่ก็เข้าใจได้ อิอิ
ถ่ายรูปสักหน่อยยยย เช็คอินว่าเรามาถึงแล้วจุดที่สูงที่สุดของเมืองไทยแล้ว ~~
จริงๆจบจากตรงนี้จะต้องเดินไปกิ่วแม่ปาน แต่คนขับรถเขาบอกว่ามันน่าจะลื่นๆแฉะๆ เพราะฝนตก แถมอากาศยังหนาวมากอีกด้วย พวกเราน่าจะไปไม่ไหว แอบเสียดาย แต่เอาไว้คราวหน้าๆ ต้องได้เจอกันแน่ๆเจ้ากิ่วแม่ปาน!
หลังจากนั้นก็ลงมาแวะไหว้พระธาตุกันสักหน่อยยย ทางขึ้นจะมีบันไดธรรมดากับบันไดเลื่อน ซึ่งวันนั้นบันไดเลื่อนไม่เปิดให้บริการ.. เห้อออ เดินก็ได้ค่ะ ไม่เป็นไร ไม่สูงมากๆ
ข้างบนจะมี พระธาตุเมทนีดล พระธาตุนภพลภูมิสิริ พระมหาธาตุคู่บารมีรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง สวยงามมากจริงๆ
บริเวณรอบๆพระมหาธาตุทั้งสองตกแต่งจัดสวนอย่างเป็นระเบียบสวยงาม เป็นจุดชมทะเลหมอกในช่วงเช้าด้วย ตอนนั้นไปถึงก็ประมาณ 8 โมง หมอกเริ่มจางแล้ว แต่ก็ยังคงความหนาและความหนาวอยู่ หนาวมากด้วย.. 55555555
**คนขับรถเขาบอกว่าถ้าฟ้าเปิดจะมองเห็น อ. แม่แจ่มด้วย
วิวสวยมากจริงๆนะ ฟินกับบรรยากาศสวยๆ ที่ถูกห้อมล้อมไปด้วยภูเขาเขียวขจี.. คือดีมากๆ แถมพอเดินเล่นและถ่ายรูปกันจนหมอกจางไปหมด วิวนี่สวยขึ้นเป็นกองเลย
Pantone นี้เห็นแล้วต้องหยิบโทรศัทพ์มาถ่ายทันทีเลย อดใจไม่ไหวจริงๆ โคตรดีต่อใจ ><

.

.

เอาภาพมายืนยัน เผื่อไม่เชื่อกันว่าหนาวจริงๆ 555555 คือบอกเลยว่าขนาดมีผ้าห่มแบบนี้ยังแทบจะทนไม่ไหวเลยอะ แง

🚐🚐🚐💨

ถึงเวลาลงดอย ต่อที่ตลาดม้ง เป็นจุดที่ชาวดอยเอาของมาขายกัน ราคากันเอง ไม่เป็นตลาดเล็กๆนิดเดียวนะ แต่เรากับเพื่อนๆไม่ได้ซื้ออะไรมาเลยเพราะมันไม่ใช่แนว..
ต่อกันที่ ม่อนน้องแกะ เราไปถึงก็ประมาณ 11 โมงได้ เขาบอกว่าจะปล่อยให้น้องๆออกมาเดินเล่นตอน 11:30 น. เราก็ถ่ายรูปเล่นรอ
ถึงเวลาปล่อยน้อนๆแล้ววววว >< ที่นี่ทุกคนจะได้เห็นฝูงแกะนับร้อยตัวเลย เขาเลี้ยงแบบปล่อยไว้อิสระ เดินชิลล์เล็มหญ้าท่ามกลางฉากหลังที่เป็นขุนเขาและทะเลหมอกอันแสนสงบและสวยงามมมม 
บอกเลยว่าดูรวมๆแล้วมีเสน่ห์เหลือเกิน~~ บรรยากาศเทียบเท่ากับชนบทสวยๆที่มีแลนด์สเคปกลางธรรมชาติเจ๋งๆของเมืองนอกได้เลย

🚐🚐🚐💨

มาสัมผัสบรรยากาศกรีนๆกันต่อเลยที่ นาขั้นบันได บ้านแม่กลางหลวง ที่นี่เป็นหมู่บ้านเล็กๆของชาวปกาเกอะญอ ตั้งอยู่ในหุบเขาขั้นบันไดบริเวณลุ่มน้ำแม่กลางหลวง บนดอยอินทนนท์ 
ไฮไลท์ของการมาเที่ยวแม่กลางหลวง คือ.. การได้ชมบรรยากาศของทุ่งนาขั้นบันได มองแล้วสบายตาสบายใจ แถมอากาศก็หนาวๆ ตอนเราไปฝนตกด้วย กลิ่นฝนผสมกลิ่นดินอ่อนๆนี่ดีแบบ.. น่าไปสัมผัสและสูดอากาศบริสุทธิ์เป็นที่สุด!!
ถ่ายรูปสักนิดสักหน่อยพอหอมปากหอมคอ ถ่ายได้แป๊บเดียวฝนก็เทลงมา เทลงมา เทลงมา.. เห้อออออ ไปต่อที่อื่นก็ได้
**ใกล้ๆกันมี “ร้านกาแฟ” ที่เป็นเพิงเล็กๆ มีกาแฟแบบโบราณๆ ชาวบ้านๆ ให้ลองได้ชิมกัน แถมยังสามารถชงกาแฟได้ด้วยตัวเองเลยนะ และที่สำคัญ.. ไม่เสียตังค์จ้าาา

🚐🚐🚐💨

ไปถึง น้ำตกวชิรธาร ประมาณ 14:00 น.  ตั้งอยู่ระหว่างทางขึ้นดอยอินทนนท์ เป็นจุดแวะเที่ยวที่สำคัญแห่งนึงเลย (เห็นเขาว่ามาอย่างงั้น) แถมยังมีจุดชมวิวที่สวยงามบริเวณหน้าน้ำตกให้แวะไปถ่ายรูปเช็คอินเก๋ๆกันอีกด้วย
ตอนนั้นอากาศกำลังเย็นสบายเลย คนขับรถบอกว่าเป็นเพราะมีกระแสลมที่เกิดจากแรงของน้ำตกและละอองน้ำอยู่ตลอดเวลา
ที่นี่เป็นน้ำตกที่ใหญ่อยู่นะ มีน้ำไหลตกลงมาในปริมาณที่มากพอสมควร เป็นน้ำตกที่มีความสวยงามมากที่สุดอีกแห่งหนึ่งของประเทศไทยเลยก็ว่าได้อ่ะ… ภูมิทัศน์สวยงามสุดๆไปเลย

🚐🚐🚐💨

ทุกคนเรามีอะไรจะสารภาพบาป.. คือเราบอกว่าจะไปเล่นน้ำตกใช่มั้ย ใช่ค่ะ! แต่….. กล้องเราแบตหมดอ่า เลยไม่ได้ถ่ายรูปเลย เสียใจมากอ่ะ แต่ขอรีวิวเป็นตัวหนังสือแบบสั้นๆแทนละกัน
ขับรถต่อลงมาประมาณ 30 นาที ก็จะถึง น้ำตกแม่กลาง เป็นน้ำตกที่ตั้งอยู่ตั้งแต่ต้นทาง เรียกได้ว่าเป็นจุดแรกของทางเข้าสู่อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์เลยทีเดียวล่ะ คือเราก็ไปกินข้าวร้านส้มตำริมน้ำ ตรงนั้นจะมีสะพานข้ามน้ำตกด้วย แวะไปถ่ายรูปได้เลย แถมยังเล่นน้ำตกได้อีกด้วย น้ำไม่ลึกและไม่แรงเพราะเป็นต้นๆสาย สายชิลล์ห้ามพลาด เราก็เล่นกันเพลินจนเกือบๆ 5 โมงเย็นก็กลับ
**ระวังหนามและระวังลื่นกันด้วย ตรงกลางๆแม่น้ำจะมีหลุมลึกๆอยู่ ใครมาเด็กน้อยๆไประวังกันด้วยนะคะ
วันที่ 4 แล้ว วันสุดท้ายของการอยู่เชียงใหม่แล้วว แอบอยากอยู่ต่อนะ เพราะมีอะไรที่มันพลาดๆไปเยอะอยู่.. แต่ไม่เป็นไร แค่เชียงใหม่เอง บินมาแป๊บเดียวก็ถึงแล้วเนอะ ❤
ด้วยความที่ไฟล์ทบินเราคือตอน 15:00 น. ยังพอมีเวลาเหลืออยู่ วันนี้พวกเราก็จ้างรถแดงกันเองเลยเพราะไปแค่แป๊บเดียว
เช็คเอาท์ออกจากที่พัก แล้วแบกกระเป๋าขึ้นรถแดงได้เลยเพราะเราเหมาๆ 55555
ประมาณ 11 โมงก็ไปถึงที่ ประตูท่าแพ จุดเช็คอินที่ใครไปเชียงใหม่ก็ต้องไปที่นี่ ซึ่งสำหรับเราคือไม่ไปก็ได้นะ เพราะมันคือลานโล่งๆ และมีกำแพงอิฐตั้งอยู่ แต่ฟีลลิ่งตอนไปถึงคือแบบ เออนี่แหละเชียงใหม่!

🚐🚐🚐💨

มาเชียงใหม่ก็ต้องกินข้าวซอยสิ!! ด้วยความที่อยากกินกันมากๆ เมื่อคืนก็ช่วยกันหารีวิว ซึ่งหลายๆเพจเขาก็เขียร์ #ข้าวซอยนิมมานซอย7 ว่าเด็ดจริงไรจริง ก็ต้องลองแล้วป้ะ 
หลังจากที่ได้ลองก็บอกเลยว่าไม่ผิดหวังจริงๆ บรรยากาศร้านดูทันสมัย มีทั้งโซนนั่งข้างนอกและโซนห้องแอร์ แต่อาจจะอึดอัดนิดหน่อยด้วยจำนวนโต๊ะที่แน่น  ก็แหงล่ะ ของเขาดีจริงคนก็ต้องเยอะอยู่แล้ว
แก.. คือไม่รู้จะพูดคำว่าอะไรนอกจากคำว่าอร่อยมากๆ อร่อยแบบอร่อยยยย >< รสชาติเข้มข้น ฟินสุด ดีงามสุด แต่แนะนำว่าให้ลองสั่งออเดิร์ฟเมืองเหนือมาลองกินก่อน จะมีน้ำพริกหนุ่ม, แคบหมู, หมูยอ, แหนม, ไส้อั่ว, หมูย่าง จานเดียวได้หลายรสชาติเลย จริงๆเมนูยังมีอีกเยอะมากนะ เรียกได้ว่ามาร้านเดียว อิ่มอร่อยกับอาหารเหนือได้แบบครบทุกรสชาติ แถมราคาก็ไม่แพง ปักหมุดไว้เลยนะ ห้ามพลาดดด!!

.

.

หมดเวลาสนุกแล้วสิ ซียูอเกนนะเชียงใหม่ ไว้จะไปอีก 🙂

💸 สรุปค่าใช้จ่าย

  • ค่าเครื่องบิน ไปกลับ คนละ 880 บาท ***จองช่วงโปรโมชั่นของ AirAsia***
  • ค่าห้องพัก คนละ 250 บาท/คืน Roof & Room Hostel
  • ค่าเหมารถตู้เต็มวัน ทริปม่อนแจ่ม 3,600 บาท (ไม่รวมค่าอาหาร และค่าเข้าสถานที่ต่างๆ)
  • ค่าเหมารถตู้เต็มวัน ทริปดอยอินทนนท์ 3,100 บาท (ไม่รวมค่าอาหาร และค่าเข้าสถานที่ต่างๆ)
  • ค่าใช้จ่ายส่วนตัว 
ทริปนี้มึนจริงๆ.. แต่สนุกมากกกกก สนุกสนานเฮฮา ตลกไปพร้อมๆกับเพื่อน ชิลล์ๆอยากไปไหนก็เลือกได้ อยากกลับตอนไหนก็กลับเพราะจองทัวร์ไว้แล้ว ไกด์(คนขับรถ)นิสัยดีม๊ากกก เราเรื่องเยอะ เที่ยวตามใจตัวเองเขาก็ไม่บ่น แถมยังขำๆกับพวกเราอีกด้วย
ได้ทำอะไรหลายๆอย่างพร้อมกับพักผ่อนไปในตัว เที่ยวป่าเที่ยวเขาบ้างก็ดี ได้สูดโอโซนบริสุทธิ์ๆ และคนที่นี่ก็น่ารักกันมากๆเลย ทีมงานดูแลเราดีมาก บอกเลยว่าต้องมีครั้งที่ 2 แน่นอน!! สิบปากว่าไม่เท่ามาเอง ลองดูแล้วจะรู้ว่าความสุขอยู่ไม่ไกลเราเลยจริงๆ

คุณชอบบทความนี้หรือไม่?

ให้คะแนนเลย!

/ 5. Vote count:

As you found this post useful...

Follow us on social media!

โพสต์คำอธิบาย

เป็นคนแรกที่แสดงความเห็น “4D3N in CNX || เที่ยวเชียงใหม่ แบบฉบับตามใจตัวเอง”