web counter

พระอาทิตย์ตก ที่มัณฑะเลย์

พระอาทิตย์ตก ที่มัณฑะเลย์

พระอาทิตย์ตก ที่มัณฑะเลย์

 

“ฟ้าลุ่ม อิระวดี คืนนี้มีแต่ดาว แจ่มแสงแวววาว เด่นอะคร้าว สว่างไสว…” ท่อนแรกของเพลง “ผู้ชนะสิบทิศ” ที่ร้องโดย “ชรินทร์ นันทนาคร” ยังคงติดหูตั้งแต่สมัยพ่อเปิดให้ฟังจากแผ่นเสียงไวนิล มาจนถึงยุคที่สามารถหาฟังเองได้ในยูทูป มโนภาพในวัยเด็กจะผุดขึ้นมาทุกครั้งเมื่อได้ยินเพลงนี้ ภาพในจินตนาการคือตัวเองเป็นเจ้าหนุ่มจเด็จ ที่กำลังยืนฝันถึงตะละแม่กุสุมา อยู่ในพระราชวังที่งามสง่า พระราชวังนี้ตั้งอยู่ริมแน่น้ำสายใหญ่ที่ชื่ออิรวะดีหรือเอยาวะดีในภาษาพม่า ที่มีต้นกำเนิดจากจุดบรรจบกันของแม่น้ำเมลิคะและแม่น้ำเมคะ ที่ไหลลงมาจากธารน้ำแข็งบริเวณเทือกเขาหิมาลัยทางตอนเหนือของปูดาโอในพม่าตอนบน ในวัยเด็กไม่ได้สนใจหรอกว่าใครเป็นผู้สร้างและพระราชวังนี้ตั้งอยู่ที่ใด จินตนาการตอนนั้นมีแต่จเด็จต้นแบบชายชาตรีที่เก่งทั้งรักและรบ จนได้สมญานามว่า “ผุ้ชนะสิบทิศ”

 

 

เมื่อโตขึ้นจินตนาการในวัยเด็กผลักดันให้อยากรู้เรื่องราวของพระราชวังที่ว่านั้นให้มากขึ้นกว่าที่มโนไว้ พระราชวังที่ว่าคือพระราชวังมัณฑะเลย์ สร้างโดยพระเจ้ามินดง ไม่ใช่พระเจ้าบุเรงนองหรือจเด็จอย่างที่มโน สร้างในระหว่างปี ค.ศ. 1857-ค.ศ. 1859 หลังการย้ายเมืองหลวงจากอมระปุระมายังมัณฑะเลย์โดยตั้งชื่อตามภูเขามัณฑะเลย์ที่อยู่ใกล้เคียง

 

 

พระราชวังมัณฑะเลย์เป็นที่รู้จักกันในชื่อ “พระราชวังทองคำ” เป็นพระราชวังที่สร้างด้วยไม้สักทั้งหลัง พระราชวังแห่งนี้ได้ชื่อว่ามีความงดงามมากที่สุดแห่งหนึ่งในทวีปเอเชีย มีคูน้ำรอบและประตูใหญ่ และเป็นที่เประทับสุดท้ายในพม่าของพระเจ้าธีบอ กษัตริย์องค์สุดท้ายแห่งราชวงศ์คองบองและในประวัติศาสตร์พม่า

 

 

แต่ด้วยพิษของสงครามที่ไม่มีใครจะเลี่ยงได้ วันที่ 20 มีนาคม 2488 ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เครื่องบินของฝ่ายสัมพันธมิตรได้ทิ้งระเบิดถล่มพระราชวังมัณฑะเลย์ด้วยเหตุผลว่า พระราชวังแห่งนี้เป็นแหล่งซ่องสุมกำลังของกองทัพญี่ปุ่น พระราชวังที่สร้างด้วยไม้สักทั้งหมดถูกระเบิดถล่ม เกิดเพลิงไหม้เผาราบเป็นหน้ากลอง หลงเหลือก็แต่ป้อมปราการ และคูน้ำรอบพระราชวังเท่านั้น แต่ปัจจุบันได้รับการบูรณะโดยรัฐบาลพม่า โดยการลอกแบบโครงสร้างเดิม

 

นอกจากพระราชวังและเมืองแล้วพระเจ้ามินดงยังสรางวัดกุโสดอที่สร้างขึ้นพร้อมๆกับการสร้างเมืองในปี พ.ศ. 2400 และที่วัดแห่งนี้ยังเป็นที่สังคายนาพระไตรปิฎกครั้งที่ 5 ของโลกขึ้น โดยทรงให้จารึกพระไตรปิฎกจำนวน 84,000 พระธรรมขันธ์ลงบนแผ่นหินอ่อน 729 แผ่น รวม 1,428 หน้า และได้สร้างมณฑปสีขาวครอบแผ่นจารึกหินอ่อนเหล่านี้ไว้(1 แผ่นต่อ 1 มณฑป)เรียงรายรอบพระเจดีย์มหาโลกมารชิน ที่จำลองแบบมาจากเจดีย์ชเวสิกองแห่งเมืองพุกา

 

 

อีกสถานที่คือวัดวัดชเวนันดอที่สร้างด้วยไม้สักทั้งหลัง ลวดลายแกะสลักวิจิตร อ่อนช้อยทั้งหลังคา บานประตู และหน้าต่างอันเน้นรายละเอียดเกี่ยวกับพุทธประวัติ และทศชาติของพระพุทธเจ้าซึ่งความงดงามตามแบบศิลปะพม่าแท้ ๆ ภายในวัดมีพระพุทธรูปอันวิจิตรงดงามศิลปะพม่า ลักษณะเป็นหลังคาทรงปราสาท 5 ชั้นซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมอันเป็นเอกลักษณ์ของสกุลช่างมัณฑะเลย์ สร้างด้วยไม้สักทองที่ได้รับการสลักลวดลายอย่างวิจิตรงดงามทั้งตำหนัก

 

วิหารชเวนันดอว์เดิมเป็นพระตำหนักเก่าของพระเจ้ามินดง พระองค์ใช้พระตำหนักแห่งนี้เป็นที่ปฏิบัติธรรมและประทับนั่งสมาธิ และพระองค์สิ้นพระชนม์ที่พระตำหนักแห่งนี้ จากนั้นพระเจ้าสีป่อ พระราชโอรสจึงได้ย้ายตำหนักนี้ออกจากเขตพระราชวังมัณฑะเลย์มาที่วัดนี้ (ตามความเชื่อว่าพลังพระราชบิดาสวรรคตต้องทำการย้ายพระตำหนัก) ซึ่งปัจจุบันคือวัดมณเฑียรทองหรือวัดชเวนันดอว์

 

 

มัณฑะเลย์ในความเป็นจริงกับเมืองในจินตนาการในวัยเด็ก มันช่างห่างไกลเกินจะเทียบเคียงได้จริงๆ แต่ที่แน่ๆ เมืองแห่งนี้มีเรื่องเล่ามีประวัติศาสตร์ที่น่าเรียนรู้และจดใจมากมาย ถึงแม้จะมีอายุของเมืองแค่ร้อยกว่าปีเท่านั้น แต่มัณฑะเลย์ก็มีอะไรที่น่าสนใจไม่น้อยกว่าเมืองหลวงอื่นๆ ของพม่าอย่างน้อยแค่ยื่นอยู่ริมแม่น้ำอิรวดียามอาทิตย์ตกดิน แล้วจินตนาการว่าตัวเองเป็นจเด็จผู้ชนะสิบทิศ ที่กำลังรอ ตะละแม่กุสุมาก็เพลินดีไม่น้อย

คุณชอบบทความนี้หรือไม่?

ให้คะแนนเลย!

/ 5. Vote count:

As you found this post useful...

Follow us on social media!

Tags:, , , , , ,

โพสต์คำอธิบาย

เป็นคนแรกที่แสดงความเห็น “พระอาทิตย์ตก ที่มัณฑะเลย์”