web counter

พระธาตุอินทร์แขวน พระธาตุแห่งคำมั่นสัญญา

พระธาตุอินทร์แขวน พระธาตุแห่งคำมั่นสัญญา

พระธาตุอินทร์แขวน

พระธาตุแห่งคำมั่นสัญญา

 

นึกถึงวรรณเก่าเรื่องหนึ่งของ “มาลา คำจันทร์” นักเขียนล้านนาที่ได้รับรางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียน ประจำปี พ.ศ. 2534 หรือรางวัลซีไรท์ เรื่อง “เจ้าจันทร์ผมหอม” ที่มีฉากหลังเป็นยุคสมัยล่าอาณานิคม เนื้อเรื่องพูดถึงเจ้าหญิงแห่งเมืองเหนือ มีชื่อว่า “เจ้าจันทร์” เจ้าจันทร์มีคนรักเป็นชายหนุ่มสามัญชน แต่เจ้าพ่อกับเจ้าแม่ของเจ้าจันทร์ ได้ตกลงยกเจ้าจันทร์ให้กับพ่อเลี้ยงผู้ร่ำรวยคนหนึ่ง เจ้าจันทร์ต้องเดินทางไปแก้บนเพราะเจ้าพ่อเจ้าแม่ได้บนเอาไว้สมัยนางป่วยตอนเป็นเด็ก แต่การเดินทางในสมัยนั้นต้องใช้เงินทองและบ่าวไพร่จำนวนมาก เจ้าพ่อเจ้าแม่ของเจ้าจันทร์จึงให้พ่อเลี้ยงคนหนึ่งเป็นนายทุน ออกค่าใช้จ่ายทั้งหมดให้ โดยมีข้อแม้ว่าเจ้าจันทร์ต้องแต่งงานกับตน พออ่านถึงตรงนี้ก็มีความสงสัยว่าเมืองใดหนอที่เจ้าจันทร์จะต้องไป และมีความสำคัญอย่างไร อ่านไปเรื่อยๆ เรื่อวราวเผยว่าเมืองที่เจ้าจันทร์ต้องไปแก้บนคือเมือง “ไจก์โถ่” อยู่รัฐมอญ ของประเทศพม่า บนยอดเขาพวงลวง สถานที่ที่เจ้าจันทร์ต้องไปแก้บนก็คือ “พระธาตุอินทร์แขวน” ที่คนพม่าและคนมอญเรียกเจดีย์องค์นี้ว่า “ไจก์ทิโย” ซึ่งเป็นภาษามอญ หมายถึง เจดีย์เหมือนศีรษะฤๅษี หรือ “เจดีย์หัวฤๅษี” ส่วนใครที่อยากรู้เรื่องของเจ้าจันทร์ว่าสุดท้ายแล้วเป็นอย่างไร ก็หาอ่านได้ ในวรรณกรรมเรื่องเจ้าจันทร์ผมหอม ของ “มาลา คำจันทร์”

ด้วยความอยากได้ใคร่รู้เลยต้องไปดั้นด้นหาหนังสือมาอ่านอีกเล่ม ด้วยความอยากรู้ประวัติและเรื่องเล่าของของเจดีย์องค์นี้ได้ความว่า “ตามคติความเชื่อของชาวล้านนาโบราณนั้น มีความเชื่อเรื่องการไหว้พระธาตุประจำปีเกิดหรือการไหว้พระธาตุประจำปี 12 นักษัตร ซึ่งเชื่อว่าคนที่เกิดปีจอมี “พระเจดีย์จุฬามณี” หรือ “พระเจดีย์เกศแก้วจุฬามณี” เป็นพระธาตุประจำปีเกิด แล้วพระเจดีย์จุฬามณีนั้นก็ตั้งออยู่บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์บนยอดเขาพระสุเมรุ ตามที่กล่าวไว้ในวรรณกรรมพุทธศาสนาอย่าง“ไตรภูมิพระร่วง” ลักษณะของพระเจดีย์จุฬามณี เป็นเจดีย์ที่มีกำแพงทองล้อมรอบ ส่วนกลางเป็นแก้ว ช่วงปลายเป็นทอง ประดับด้วยรัตนะมีค่า

 

 

พระเจดีย์จุฬามณี เป็นสิ่งสำคัญบนสวรรค์ที่เหล่าทวยเทพยดามักพากันมากราบไหว้อยู่เสมอ ขณะที่สามัญชนคนทั่วไปก็ปรารถนาที่จะได้กราบไหว้พระเจดีย์จุฬามณีด้วยเช่นกัน เพราะเชื่อว่าจะได้บุญกุศลแรงกล้าและจะทำให้ได้ไปเกิดในยุคพระศรีอาริย์ ยุคที่มีแต่ความสงบสุข แต่ทว่าคนทั่วๆ ไปอย่างเราๆ ท่านๆ นั้นต้องตายหรือสำเร็จฌานมรรคผลเสียก่อนจึงจะสามารถขึ้นไปนมัสการพระเจดีย์จุฬามณีได้ เพราะด้วยที่ตั้งอยู่สูงบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ มนุษย์ทั่วไปไม่อาจไปสักการะได้ คนล้านนาโบราณจึงมีการสมมุติให้ “พระธาตุอินทร์แขวน” ในประเทศพม่า เป็นพระธาตุประจำตัวคนเกิดปีจอ ซึ่งหากคนที่เกิดปีนี้ได้สักการะองค์พระธาตุอินทร์แขวน เชื่อว่าจะได้รับอานิสงส์ผลบุญสูงล้ำยิ่ง

 

 

อ่านไปอ่านมาชักน่าสนใจ ยิ่งสืบค้นตำนานเรื่องเล่ายิ่งน่าสนใจไปใหญ่ พอจะสรุปคร่าวๆได้ ว่าพระธาตุอินทร์แขวนมีเรื่องเล่าคล้ายๆ กันอยู่สองตำนาน
ตำนานแรก เล่าขานกันว่า “กษัตริย์สุวรรณภูมิในสมัยพุทธกาลมีโอรส 2 องค์ แต่ทั้งคู่ไม่ยอมขึ้นครองราชย์บัลลังก์เป็นกษัตริย์ แต่กลับขอออกบวชครองตนเป็นฤๅษีอยู่ในป่า วันหนึ่งนางนาคที่ตั้งท้องกับมนุษย์ได้มาออกไข่ทิ้งไว้ในป่า ฤๅษีผู้พี่จึงเก็บไปดูแล เมื่อฟักออกมาเป็นเด็กชายจึงเลี้ยงดูจนเติบใหญ่ ต่อมาเมื่อพระราชบิดาผู้เป็นกษัตริย์สวรรคต ฤๅษีผู้พี่จึงส่งเด็กหนุ่มลูกพญานาคที่เลี้ยงดูให้ไปเป็นกระษัตริย์ ส่วนท่านก็ยังมุ่งมั่นปฏิบัติธรรมในป่าต่อไป จนวันหนึ่งท่านฤๅษีมีโอกาสได้ฟังธรรมจากพระพุทธเจ้า อีกทั้งยังได้พระเกศาจากพระพุทธองค์มาบูชา ท่านจึงเก็บรักษาไว้อย่างดีบนศีรษะครั้นเมื่ออายุขัยถึงวันใกล้จะละสังขาร ท่านฤๅษีได้จึงอธิษฐานขอให้มีสถานที่ที่ปลอดภัย ปราศจากผู้รบกวน เพื่อเก็บรักษาพระเกศาของพระพุทธองค์ โดยพระเกศาต้องบรรจุอยู่ในก้อนหินที่มีรูปทรงเหมือนศีรษะของท่าน ด้วยเหตุนี่พระอินทร์ได้ช่วยค้นหาก้อนหินดังกล่าวจนพบ หลังจากนำพระเกศาธาตุไปบรรจุแล้ว ท่านฤาษีก็ทำการละสังขาร ขณะที่หินก้อนที่บรรจุพระเกศาธาตุนั้นก็ได้กลายมาเป็นพระธาตุอินทร์แขวนมาจนถึงปัจจุบัน ”

 

 

ส่วนอีกตำนานเล่าว่า “ในสมัยพุทธกาล พระพุทธเจ้าได้ประทานพระเกศาแก่ฤๅษี ซึ่งเหล่าฤๅษีต่างนำพระเกศาไปบรรจุไว้ในสถูปเจดีย์ต่างๆ แต่มีฤๅษีองค์หนึ่งหลายข้อมูลระบุว่าชื่อ“ฤๅษีติสสะ” นำพระเกศาไปซ่อนไว้ในมวยผม เมื่อถึงคราวต้องละสังขาร ฤๅษีองค์นี้จึงอธิษฐานว่าจะนำพระเกศาไปบรรจุไว้ในก้อนหินที่มีรูปร่างคล้ายกับศีรษะของตน พระอินทร์จึงมาช่วยค้นหาก้อนหิน แล้วค้นพบก้อนหินรูปลักษณะดังกล่าวจากใต้ท้องมหาสมุทร พระอินทร์จึงนำมาแขวนไว้บนภูเขาหิน อันเป็นที่มาของ“พระธาตุอินทร์แขวน” ในปัจจุบัน

 

 

ชาวพม่าและชาวมอญ ถือว่าพระธาตุอินทร์แขวนคือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่สำคัญยิ่ง นับเป็น 1 ใน 5 สิ่งศักดิ์ทธิ์สำคัญสูงสุดของพม่า และใครได้มากราบสักการะองค์พระอินทร์แขวนจะได้บุญกุศลแรงกล้า ยิ่งหากใครได้กราบไหว้ 3 รอบขึ้นไป จะได้รับอานิสงส์ผลบุญที่ยิ่งใหญ่ และนอกจากนี้มีชื่อเสียงเลื่องลือในด้านของความศักดิ์สิทธิ์แล้ว พระธาตุอินทร์แขวนยังได้ชื่อเป็นหนึ่งใน“สิ่งมหัศจรรย์”ของประเทศเมียนมา อันเนื่องมาจากมีลักษณะเป็นก้อนหินทาสีทองขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ริมหน้าผาสูงชันอย่างหมิ่นเหม่ท้าทายแรงดึงดูดโลก ดูคล้ายจะตกแต่ไม่ตก จึงเป็นหนึ่งในสถานที่ที่นักท่องเที่ยวทุกมุมโลกอยากมาชมความมหัศจรรย์นี้

จากเนื้อหาในวรรณกรรมไม่กี่บันทัดที่กล่าวถึงพระธาตุอินทร์แขวน กลายเป็นความอยากรู้ที่เพิ่มขึ้นจนต้องเสาะหาความรู้เพิ่มเติม แรงบันดารใจในการเดินทางตอนนี้เต็มเปี่ยมเหลือแค่ให้เท้าสองข้างพาเราไปพบความงามอลังการที่แท้จริงด้วยสองตาของเรา พม่าใกล้แค่นี้เอง…

 

คุณชอบบทความนี้หรือไม่?

ให้คะแนนเลย!

/ 5. Vote count:

As you found this post useful...

Follow us on social media!

Tags:, , , , , ,

โพสต์คำอธิบาย

เป็นคนแรกที่แสดงความเห็น “พระธาตุอินทร์แขวน พระธาตุแห่งคำมั่นสัญญา”